ไทยเฮ ปลดล็อคแล้ว กัญชาถูกกฏหมาย ใช้ได้เสรี

ไทยเฮ ปลดล็อคแล้ว กัญชาถูกกฏหมาย ใช้ได้เสรี

หลังจาก กัญชาถูกกฏหมาย ทำให้เกิดเป็นกระแสโด่งดัง และเป็นที่ถูกกล่าวขานกัน อย่างมากมาย ด้วยแรงผลักดันจาก นายอนุทิน ยื่นเรื่องขอปลดล็อค ให้กับบัญชีกัญชง และกัญชาล่าสุด ได้รับการอนุมัติปลดล็อค ให้กัญชาพ้นจากการบังคับ อยู่ในบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5  และ นายอนุทิน ได้เตรียมตัวยื่นเตรียมร่างพรบต่อไปเข้าสู่สภา

โดยในวันที่ 26 มกราคม 2565 คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ได้ออกมาประกาศ กระทรวงสาธารณสุข แจ้งว่า กัญชา และกัญชง ได้ถูกยกเลิก ออกจากการควบคุมยาเสพติด ประเภทที่ 5 จากคณะกรรมการยา ซึ่งจัดเป็นกลุ่มเดียวกับจำพวกเห็ดขี้ควาย และฝิ่น โดยมีข้อจำกัดทางด้านการใช้งานตามความเห็นสมควร

ไทยเฮ ปลดล็อคแล้ว กัญชาถูกกฏหมาย ใช้ได้เสรี

กัญชาถูกกฏหมาย ปลดล็อคเร่งกฎหมายบังคับใช้หลังประกาศ 120 วัน

  1. โดยก่อนที่ กัญชาถูกกฏหมาย แต่เดิมนั้น กัญชง และกัญชาถูกจัดอยู่ในสารควบคุม โดยมีฤทธิ์ต่อจิต และประสาท เรียกได้ว่า จัดเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกับสารอื่น ๆ จำพวกฝิ่น และเห็ดขี้ควายซึ่งในกัญชานั้น จะมีสารที่ก่อให้เกิดความมึนเมา ส่งผลต่อระบบประสาท ที่เรียกว่า THC ซึ่งศาล ดังกล่าวนี้ อาจทำให้ผู้ที่ได้รับสารมีความมึนเมา และไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
  2. ในการยื่นเรื่องขอปลดล็อคในครั้งนี้ ให้เหตุผลว่า ถึงแม้ว่า ในกัญชาจะมีสาระสำคัญ ที่มีผลต่อจิต และประสาท ซึ่งสามารถนำมาใช้ ในทางการแพทย์ได้ จึงยื่นเรื่องของปลดล็อคกันชน และกันชา เพื่อให้สามารถ นำมาประยุกต์ใช้ ในทางการแพทย์ และการศึกษาได้สะดวก และง่ายดายมากยิ่งขึ้น
  3. อีกทั้ง ยังเล็งเห็นถึง การใช้เป็นพืช กระตุ้นเศรษฐกิจในอนาคต โดยนายอนุทินหวังใจว่า จะใช้พืช ดังกล่าวนี้ ให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นทางการแพทย์ หรือทางด้านเศรษฐกิจนั่นเอง
  4. ด้วยเหตุผลต่าง ๆ จึงทำให้ นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข จึงได้ผลักดันเรื่องกัญชง และกัญชา มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส แล้วมั่นใจว่า การปลดล็อคในครั้งนี้ จะส่งผลดีตามมาอย่างแน่นอน

บทสรุปการปลดล็อค กัญชาถูกกฏหมาย

กัญชาถูกกฎหมาย เกิดจากแรงผลักดันจาก นายอนุทิน รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้เป็นตัวตั้งตัวตี และผลักดัน กัญชง กัญชา ตั้งแต่ต้น โดยมีความมุ่งหมายใจว่า ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าวนั้น จะส่งผลดีมากกว่าผลเสีย ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการแพทย์ หรือการศึกษา รวมไปถึงการผลักดันทางด้านเศรษฐกิจในอนาคต ภายใต้กฎหมายดั้งเดิมที่ควบคุม อย่างไรก็ดีในปัจจุบัน ยังถือว่า อยู่ในกระบวนการ ของการดำเนินการยื่นร่างพ.ร.บเข้าสู่สภาแต่ที่แน่ ๆ ในปัจจุบันนั้น เรื่องการปลูก และนำไปใช้ได้ถูกปลดล็อค เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ถึงแม้ว่า สาร ดังกล่าว จะได้ยกเว้นจาก การคุ้มครองเป็นยาเสพติดแต่ อย่างไรก็ดี ยังคงมีฤทธิ์ต่อจิต และประสาทผู้ที่ต้องการจะใช้สาร ดังกล่าว มีความจำเป็น ที่จะต้องดูแลตัวเอง เป็นอย่างดี และควบคุมบุคคลใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตราย ที่อาจจะเกิดตามมา


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *