แม่ชีปลอม กลางคืนออกเที่ยว กลางวันหลอกโกงเงินชาวบ้าน

แม่ชีปลอม กลางคืนออกเที่ยว กลางวันหลอกโกงเงินชาวบ้าน

เมื่อเวลาช่วงเช้าที่ผ่านมาของวันที่ 28 เมษายน 2564 ทางตำรวจท้องถิ่นร่วมกับคณะสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม ได้เข้าจำกุม แม่ชีอู๋ เจ้าของลัทธิปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งที่อาศรมที่พัก ร่วมกับสาวกแม่ชีอีกสองคน ข้อหาหลอกลวงชาวบ้าน ฉ้อโกงเงินจากกองผ้าป่าและทองคำจำนวนกว่า 10 ล้านบาท

โดยก่อนหน้าจะเป็นแม่ชีอู๋เจ้าของลัทธิธรรมปลอมแห่งนี้ เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาอาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม แต่ชาวบ้านเล่าว่าเธอได้หายออกจากบ้านไปหลายปีก่อน แต่อยู่ดี ๆ ก็กลับมาซื้อที่ดินในบ้านดงโชคเป็นจำนวนหลายไร่ และเริ่มสร้างสถานปฏิบัติธรรมนี้ขึ้นมา ซึ่งตอนนั้นเธอเองยังไม่ได้บวชโกนหัวเป็นแม่ชีอู๋อย่างที่ชาวบ้านรู้จักในปัจจุบัน

แม่ชีอู๋ เริ่มตั้งตัวเป็น พระยาธรรมมิกราช เจ้าสำนักปฏิบัติธรรมแห่งบ้านดงโชคนี้ขึ้นมา และออกเดินชักชวนชาวบ้านในละแวกนั้น รวมทั้งพื้นที่ใกล้เคียงให้มาทำบุญลงทุนซื้อกองผ้าป่าร่วมกัน ซึ่งแม่ชีอู๋กล่าวอ้างว่า หากใครทำบุญกับกองผ้าป่านี้ จะได้บุญคืนเป็นเท่าตัวจากการที่เทวดาเสกเงินให้ย้อนกลับไปในไม่เกิน 10 วัน

หลังประกาศอภินิหารไปเช่นนั้น จึงได้มีชาวบ้านจำนวนหนึ่งมาซื้อกองผ้าป่า และอ้างว่าตนได้เงินคืนเป็นเท่าตัวจริงจากลาภลอยที่เทวดาเสกมาให้ ชาวบ้านจึงแห่ซื้อผ้าป่าจากแม่ชีอู๋และสาวกตาม เพื่อหวังให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับตน ซึ่งครั้งนี้มีผู้ร่วมซื้อกองผ้าป่าเงิน กองผ้าป่าทองคำนี้เป็นจำนวนมาก รวมทั้งสิ้นถึง 400 คน แต่ก็ไม่มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นดังแม่ชีกล่าวอ้าง

 

ผู้เสียหายหลายร้อยคนจึงได้รวมตัวกันเข้าแจ้งความแม่ชีอู๋ ซึ่งหลังจากทางตำรวจได้ประเมินค่าความเสียหายจากการโดนหลอกให้ลงทุนในกองผ้าป่าเหล่านี้ ก็พบว่ามีมูลค่าความเสียหายสูงถึง 10 ล้านบาท ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่ ขอหมายคำสั่งจับกุมจากศาล และขอความร่วมมือกับคณะสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดนครพนม ในการดำเนินคดีเข้าจับกุม แม่ชีอู่และสาวกที่อาศรมดังกล่าว

ขณะเข้าจับกุม แม่ชีอู๋ในชุดจีวรสีแดง และเหล่าสาวกอีกสองคน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นเจอวิกผมปลอม และเสื้อผ้าแนวเซ็กซี่ พร้อมล็อตเตอร์รี่จำนวนมาก ซึ่งพอเจ้าหน้าที่ได้ทำการรวบรวมหลักฐานพบว่า มีชาวบ้านในละแวกพบเห็นแม่ชีการ์ตูนหนึ่งในสาวกของแม่ชีอู๋ ใช้วิกและชุดดังกล่าวออกไปเที่ยวตอนกลางคืนบ่อย และจะกลับมาในอาศรมนี้ตอนช่วงเช้า พร้อมกับยังเล่าว่าไม่เคยเห็นแม่ชีเล่านี้ออกมาบิณฑบาตขอรับอาหารเลย ซ้ำยังบอกให้ชาวบ้านละแวกใกล้เคียงไม่ต้องมาถวายอาหารให้ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ติดกับวัดจึงผิดสังเกตจากพฤติกรรมดังกล่าว และคิดว่าต้องเป็นแก๊งต้มตุ๋นแน่นอน แต่ก็ไม่ได้มีใครเข้าไปยุ่งเพราะไม่สามารถหาหลักฐานได้มากพอ อีกทั้งแม่ชีอู๋และสาวกยังเรียกตนเองว่าเป็นคนในศาสนาด้วย ทำให้ไม่มีใครกล้าบุกเข้าไปเอาผิด

 

 

#ข่าวบันเทิง

# เเนะนำที่พัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *