เทคนิครับมือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์

เทคนิครับมือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์

                เทคนิครับมือแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ในปัจจุบันถ้าหากเราพูดถึงการโกง เรียกได้ว่ามันมีหลายรูปแบบอย่างมาก และพวกโจรต่างๆก็มักจะนิยมหาเทคนิคต่างๆ ช่วยมาหลอกประชาชนอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในรูปแบบการโกงที่ตอนนี้เรากำลังประสบพบเจอก็คือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์  เป็นการรับโทรศัพท์จากคนแปลกหน้า ที่เราไม่รู้ว่าใครโทรมา จนทำให้บางครั้งเราลังเลว่าจะรับดีหรือไม่ ซึ่งพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ก็จะมีวิธีการเกลี้ยกล่อม เพื่อหลอกเอาเงินจากคนรับสาย ถ้าหากใครไม่รู้เทคนิครับมือ แล้วเผลอหลงเชื่อ อาจจะทำให้เราสูญเสียทรัพย์สินมหาศาลก็เป็นได้ เพื่อให้เท่าทันยุคของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่ามีเทคนิคอะไรบ้างที่เราต้องรับมือหากเราเจอพวกโจรรูปแบบนี้

  1. อย่าตื่นตูม

เทคนิคที่เรียกได้ว่า เป็นเทคนิคที่เรามิจฉาชีพนิยมใช้ก็คือ การสร้างความตื่นตูมและความตระหนกให้แก่ผู้รับสาย จนทำให้เรากลัว และหลงเชื่อพวกมัน ฉะนั้นหากเราเจอกับแก๊งมิจฉาชีพ เราเพียงตั้งสติและรับฟังพวกมันอย่างใจเย็น

  1. พยายามสอบถามข้อมูล

เมื่อเหล่ามิจฉาชีพให้ข้อมูลเราอย่างใจจดใจจ่อ สิ่งที่เราต้องทำถัดมาก็คือพยายามสอบถามข้อมูลจากอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นชื่อของผู้ที่ถูกเข้ามา หรือในกรณีที่ทางมิจฉาชีพอ้างว่าโทรมาจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง สิ่งที่เราต้องทำก็คือสอบถามว่าหน่วยงานนั้นมีจริงหรือไม่ หน่วยงานนั้นชื่ออะไร

  1. พยายามไม่ชวนคุย

ถ้าเราเห็นตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เราจะพบว่ามีการอัดคลิปวิดีโอ ที่กำลังมีการพูดคุยกับเหล่ามิจฉาชีพ สิ่งที่เราควรทำจริงๆคือพยายามไม่ตอบบทสนทนา เพราะมันจะเป็นการยืดเยื้อและปวดหัวเปล่าๆ เราสามารถจดบันทึกเบอร์ที่โทรเข้ามา วางสาย เเล้วก็บล็อกเบอร์นั้นทันที จำไว้เสมอว่าหากเป็นเอกสารสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารทางราชการ หรือว่าเอกสารทางบริษัท มักจะไม่มีการติดต่อทางโทรศัพท์เป็นเด็ดขาด เอกสารสำคัญมักจะถูกส่งเข้ามาเป็นไปรษณีย์

  1. ห้ามโอนเงินให้

สิ่งที่เรามิจฉาชีพต้องการจากเราก็คือเงิน ไม่ว่าจะกรณีใดๆห้ามโอนเงินให้เด็ดขาด ไม่ว่าเหรอมิจฉาชีพจะใช้วิธีการโน้มน้าวประเภทอะไร เราก็ห้ามโอนเงินเด็ดขาด

  1. สังเกตเบอร์โทรศัพท์

โดยทั่วไปแล้วหลอกมิจฉาชีพจะไม่ได้อยู่ในประเทศไทย มักจะอยู่ต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะใช้เบอร์ขึ้นต้นที่ไม่ใช่ +66 และมีจำนวนตัวเลขที่มากกว่าเบอร์ปกติในไทย ซึ่งถ้าหากเราเจอแบบนี้ให้เราสันนิษฐานไว้เลยว่าเรากำลังพูดคุยอยู่กับมิจฉาชีพ

  1. เทคนิคการแอบอ้าง

เรามิจฉาชีพมักจะมีการแอบอ้างว่ามาจากบริษัทขนส่ง หรือธนาคารต่างๆ เพื่อเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้เรากลัว และมีการแสร้งว่าจะมีการโอนสายเข้าสู้เจ้าหน้าที่เพื่อทำให้เราตกใจ ซึ่งประโยคยอดฮิตที่เหล่ามิจฉาชีพใช้ก็คือ โอนเงินไปผิดบัญชี กรุณาโอนคืน หรือมีหมายศาลส่งมา แต่ส่งไปไม่ถึงท่าน รบกวนขอข้อมูลเบื้องต้น หรือ บัญชีธนาคารของท่านกำลังมีปัญหา ขออนุญาตสอบถามรหัสผ่านต่างๆ เพื่อรักษาเงินในบัญชี เป็นต้น

  1. มักจะมีการข่มขู่

ถ้าหากเป็นเบอร์โทรจากสำนักงานต่างๆ จะไม่มีการข่มขู่ลูกค้าเกิดขึ้น แต่ถ้าหากเป็นมิจฉาชีพการข่มขู่นั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งลักษณะการข่มขู่ก็มีตั้งแต่ หากท่านไม่โอนเงินเข้ามาภายในวันนี้ บัญชีธนาคารของท่านจะถูกระงับ หรือกรุณายืนยันตัวตนของท่านผ่านลิ้งค์ ในกรณีที่เหล่ามิจฉาชีพส่งลิงค์เข้ามา เราต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะมันสามารถแฮกเข้าสู่ระบบธนาคารของเราได้แบบอัตโนมัติ เงินในบัญชีของเราก็จะสูญหายไปได้

  1. พยายามสร้างความน่ารำคาญให้แก่มิจฉาชีพ

ถ้าหากใครเหลือจะทน และต้องการจะแก้แค้นพวกเหล่ามิจฉาชีพ ที่โทรเข้ามาไม่เว้นแต่ละวัน และสร้างแต่เรื่องปวดหัวให้แก่เรา แล้วก็มีวิธีรับมือมากมาย เสมอเป็นการแก้เผ็ด ไม่ว่าจะเป็นภาษาต่างประเทศ ปรับทุกข์ให้โจรฟัง หรือถ้าโจรมาในมุขของต้องการจะเอาเงินจากเรา เราก็บอกไปเลยว่าเรากำลังร้อนเงินอยู่เหมือนกัน

วิธีการข้างต้นที่เรากล่าวมานั้น เป็นวิธีการที่ช่วยให้เราสามารถรับมือกับเหล่ามิจฉาชีพในรูปของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ได้ อย่าลืมว่ารูปแบบของมิจฉาชีพมีใหม่ผุดขึ้นมาในแต่ละวัน สิ่งที่เราต้องระวังก็คือ การรู้เท่าทันพวกโจรในรูปแบบต่างๆ เพื่อไม่ให้เราเสียเวลาและเสียทรัพย์สินนั่นเอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *