เด็กจบใหม่ นับแต่นี้ไปอีก 5 ปีข้างหน้าจะตกงานจริงเหรอ

เด็กจบใหม่ นับแต่นี้ไปอีก 5 ปีข้างหน้าจะตกงานจริงเหรอ

ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเพียงไม่กี่เดือนมีธุรกิจหลายแห่งทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ไม่ว่าจะเปิดดำเนินธุรกิจมานานมากน้อยแค่ไหนต่างพากันปิดตัวลงด้วยสภาพเศรษฐกิจทั่วโลกอ่อนแออย่างหนัก และในอนาคตมีแนวโน้มการเคลื่อนย้ายฐานการลงทุนและฐานการผลิตจากบรรดายักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจไปมาจำนวนมากเพราะการเกิดปัญหาสงครามทางเศรษฐกิจระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ปัญหาและความกังวลใจเหล่านี้ส่งผลให้เกิดการทำโพลต์และการสำรวจมากมายซึ่งสรุปแล้วไม่เป็นผลดีกับนักเรียนิสิตนักศึกษาเลย ประเมินสถานการณ์ออกมาว่าอย่างน้อย 5 ปีต่อจากนี้ไปเด็กจบใหม่จะตกงานไม่น้อยกว่า 500,000 คน

เด็กจบใหม่ นับแต่นี้ไปอีก 5 ปีข้างหน้าจะตกงานจริงเหรอ

เรื่องการตกวางว่างงานสำหรับเด็กที่จบการศึกษาใหม่ๆ ไม่ว่าจะในระดับชั้นความรู้มากน้อยแค่ไหนก็ตาม การประเมินในรูปแบบนี้เกิดขึ้นและมีผลสำรวจเป็นแบบนี้ทุกปี ไม่ว่าสภาพเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นควบคู่กันก็คือการเปิดรับสมัครผู้ว่างงานและตำแหน่งที่ว่างคนทำงานก็มีมากมายไม่แพ้คนตกงานเช่นกัน ปัญหาไม่ได้อยู่เฉพาะเด็กที่จบใหม่เท่านั้น ปัญหาสามารถเกิดขึ้นได้ทุกคนเพราะทุกคนเลือกที่จะทำเฉพาะงานที่ตัวเองใฝ่ฝัน วาดฝันไว้ อยากทำงานในอัตราเงินเดือนที่สูงอย่างที่เคยรับรู้และได้ยินดี อยากทำงานให้ตรงสายงานที่สุดเพราะเสียเวลาและเหนื่อยกับการเรียนมาหลายปี เหล่านี้คือเหตุผลของการว่างงานและคนตกงานเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เชื่อเถอว่าถ้าทุกคนไม่เลือกงานก็ไม่อยากจน

งานสำหรับเด็กจบใหม่มีรองรับทั่วถึงแน่แน่นอน เงินเดือนอาจไม่สูงอย่างตั้งใจเพราะทุกคนต้องใช้เวลาสร้างประสบการณ์สร้างผลงานที่ดีถึงจะมีค่าและคุ้มกับการจ้างงาน การทำงานที่ไม่ตรงสายงานไม่ทำให้ใครตาย แต่ทำให้อิ่มท้องไม่ได้ครอบครัวอยู่อย่างลำบากถ้าเลือกมากเกินไป ความอดทนและสู้งาน ความมีระเบียบวินัยและรักงานที่ทำสำคัญมากกว่า สิ่งเหล่านี้สามารถช่วยให้เด็กจบใหม่สามารถมีงานทำได้ งานทุกอย่างดีหมดเพียงแต่คนว่างงานหรือเด็กจบใหม่เลือกที่จะลงมือทำงานนั้นหรือไม่เท่านั้นเอง

#ข่าวเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *