อสม. คัดกรองโควิดแจ้งเบาะแสคนร้ายฝังร่างเด็ก

อสม. คัดกรองโควิดแจ้งเบาะแสคนร้ายฝังร่างเด็ก

การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค-19 ที่ผ่านมานี้ทำให้ อสม. เข้ามามีบทบาทด้านสาธารณสุข มากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นการพิจารณาว่าผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงต้องกักตัวหรือไม่ การตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัส รวมไปถึงการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อ ทำให้ภาพลักษณ์ของอสมนั้นดูเป็นคนที่มีความกระตือรือร้นในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสและเป็นห่วงเป็นใยลูกบ้านทุกคน แต่ดูเหมือนว่าการตรวจคัดกรองโคววิดนั้นจะทำให้อสม.มีบทบาทในด้านการตรวจคัดกรองคนเข้าพื้นที่ด้วย เพราะข่าวใหม่

 

อสม. คัดกรองโควิดแจ้งเบาะแสคนร้ายฝังร่างเด็ก

 

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมานี้พี่เลี้ยงเด็กวัย 45 ปี หรือนางรุ้งลาวัลย์ ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยกรณีฝังร่างของเด็กหญิงวัย 2 ขวบที่จมน้ำเสียชีวิตในจังหวัดราชบุรี ก่อนจะมีการลักพาตัวเด็กหญิงผู้เป็นที่อายุ 4 ขวบออกจากที่พัก  ในจังหวัดราชบุรีก่อนจะมาพบตัวที่จังหวัดเพชรบูรณ์และถูกจับกุมในที่สุด คนที่แจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นเจ้าหน้าที่อสม.ในจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาวสุวรรณา อึ้งตระกูลได้รับแจ้งจากเจ้าของห้องพักแห่งหนึ่งในตำบลบึงสามพัน อำเภอบึงสามพัน ว่ามีคนเดินทางมาจากอำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เดินทางมาติดต่อขอเช่าห้องพักจึงขอให้ตนเองนั้นไปช่วยตรวจสอบคัดกรองเชื้อไวรัสจากคนนอกพื้นที่ตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

 

 

ในวันที่ 19 มิถุนายนนั้นนางรุ้งลาวัลย์ได้ให้ข้อมูลกับตนเองว่ามีการเดินทางมาจากจังหวัดราชบุรี เหตุเพราะทะเลาะกับสามีแล้วถูกฆ่า ตนจึงได้พาลูกสาวหนีขึ้นรถจักรยานยนต์แล้วขับขี่มาเรื่อยๆ จนถึงจังหวัดเพชรบูรณ์จึงได้หาห้องเช่าเพื่อพักอาศัย โดยคนที่เข้าพักนั้นประกอบไปด้วยนางรุ้งลาวัลย์ เด็กหญิงวัย 12 ปีและเด็กหญิงวัย 14 ปี ซึ่งในตอนแรกนั้นพี่เลี้ยงเด็กผู้นี้ได้ปกปิดชื่อจริงของเด็กทั้งสองด้วย

 

ในเช้าวันที่ 22 มิถุนายนนางสาวสุวรรณานั้นได้รับชมข่าวจากโทรทัศน์ที่บ้านกับแม่ ก่อนที่แม่ของตนเองจะพูดขึ้นมาว่ามีข่าวใหม่ที่พี่เลี้ยงเด็กทำการลักพาตัวเด็กสองคนออกจากจังหวัดราชบุรี ด้วยความที่เหตุการณ์ใกล้เคียงกันกับเหตุการณ์ที่ตนเองเคยเจอ  เมื่อวันที่ 19 จึงได้ตั้งใจดูข่าวนี้เป็นพิเศษก่อนจะรู้สึกคุ้นหน้านางสาวรุ้งลาวัลย์ เธอจึงได้พูดคุยกับแม่ว่าพี่เลี้ยงเด็กคนนี้หน้าเหมือนกับคนที่เธอเคยไปตรวจคัดกรองมาก่อน ได้มีการประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อเข้าตรวจสอบห้องพัก ตำรวจได้เดินทางเข้าไปยังห้องพักก่อนจะเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุมอบตัวและส่งคืนตัวเด็กให้กับเจ้าหน้าที่ หลายคนมองว่าคดีนี้หากเจ้าหน้าที่

อสม.ไม่ได้เข้าไปตรวจคัดกรองอาจจะไม่จบคดีง่ายๆ เพราะก่อนหน้านี้น้องสาววัย 2 ขวบนั้นได้จมน้ำเสียชีวิตทำให้นางรุ้งลาวัลย์นำทางไปฝังเรื่องจากต้องการความผิดก่อนจะลักพาตัวเด็กทั้งสองออกจากบ้านมา ทำให้มีกระแสชื่นชมเจ้าหน้าที่อสม.มากมาย

 

อสม. คัดกรองโควิดแจ้งเบาะแสคนร้ายฝังร่างเด็ก


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *