อย.ออกโรงเตือนภัยจากกระท่อมหลังกระแสบูม

อย.ออกโรงเตือนภัยจากกระท่อมหลังกระแสบูม

หลังจากที่รัฐบาล ได้ประกาศปลดล็อค ใบกระท่อมออกจากรายชื่อ สารเสพติด เมื่อไม่นานมานี้ ก็ทำให้เกิด กระแส “กระท่อมฟีเวอร์” ขึ้นมาทันที ซึ่งส่วนใหญ่ จะเป็นการนำออกมา จำหน่ายอย่างเสรี เพื่อเปิดโอกาส ให้เป็นพืช เศรษฐกิจ ท่ามกลางกระแสในโซเชียล ที่แชร์ข้อมูล คุณประโยชน์ต่าง ๆ ของใบกระท่อม จนเกิดการบริโภค ที่ทางแพทย์ และสาธารณสุข เริ่มเป็นกังวล เพราะถึงแม้ จะมีประโยชน์ มากมาย แต่ก็มีโทษ ไม่ใช่น้อยหากใช้ไม่ถูกวิธี

 

 

อย.ออกโรงเตือนภัยจากกระท่อมหลังกระแสบูม

Credit : ข่าวหุ้น

 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ที่ถือว่าเป็นหน่วยงานหลักที่จะเข้ามากำกับดูแลการบริโภคใบกระท่อมในช่วงที่เปรียบเสมือนการทดลองงานของพืชเศรษฐกิจตัวใหม่นี้ ซึ่งทาง อย. เมื่อทราบถึงแนวโน้มการบริโภคใบกระท่อมที่มากเกินไป ได้ให้ความรู้ถึงภาวะอาการ “ถุงท่อม” ซึ่งเป็นอาการที่มีสาเหตุมาจากที่ร่างกายของมนุษย์โดยทั่วไปไม่สามารถย่อยส่วนของก้านและใบกระท่อมได้

ซึ่งอย่างที่หลายคนทราบกันดีการใช้ใบกระท่อมนั้น เราต้องบริโภคใบเท่านั้น การที่ร่างกายไม่สามารถย่อยได้ อาจทำให้เกิดกากอาหารหรือตะกอนตกค้างในลำไส้และเมื่อเกิดการหมักหมมเป็นเวลานานจะก่อตัวเป็นพังผืดหุ้มรอบเศษเหล่านั้น กลายเป็นถุงขนาดใหญ่และแข็งขัดขวางการกำจัดของเสียของลำไส้ ซึ่งหากปล่อยไว้นาน อาจเกิดอาการต่างๆในลำไส้ ซึ่งอาจจะต้องใช้การผ่าตัดในการรักษา การใช้ควรจะใช้แต่พอดีในลักษณะของการใช้เป็นยา ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติของทุกอย่างอยู่แล้วการที่บริโภคอะไรเกินพอดี ถึงแม้จะมีคุณประโยชน์มหาศาลแต่ถ้าร่างกายรับได้ในจำนวนที่จำกัดสิ่งที่เกินไปนั้นก็ไม่ต่างอะไรจากของเสียที่ร่างกายต้องกำจัดทิ้งอยู่ดี

 

Credit : TNN

               หลังจากการออกโรงเตือนเช่นนี้ ทำให้ผู้จำหน่ายและผู้ผลิตในอุตสาหกรรมอื่นๆต้องการที่จะนำปัญหาเหล่านี้  มาต่อยยอดทางธุรกิจด้วยการนำใบกระท่อมมาแปรรูป  ในรูปแบบของน้ำสำหรับดื่มหรือชา เพื่อที่จะเป็นการเพิ่มมูลค่าและควบคุมการบริโภคในปริมาณที่จำกัดได้  ซึ่งในส่วนนี้ทาง อย. ออกมาชี้แจงว่ายังไม่สามารถทำได้อย่างเสรี  เพราะต้องรอขั้นตอนการขึ้นทะเบียนใน พ.ร.บ.ผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562ให้ครบถ้วนสมบูรณ์เสียก่อน จึงสามารถในไปเป็นส่วนผสมหรือประกอบอาหารได้

จากอุปสงค์ที่เติบโตขนาดนี้ เป็นการกำหนดให้กลไกราคาของตลาดทำงานที่จะทำให้เกษตรกรที่ปลูกพืชชนิดนี้อยู่มีรายได้เพิ่มขึ้นที่คาดการณ์เบื้องต้นไว้อยู่ที่ประมาณ 9,000-12,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่น่าสนใจ แน่นอนว่าหากสามารถวิ่งได้เต็มรูปแบบ รายได้มหาศาลจะถูกกระจายเข้าสู่ภาคการเกษตรมากขึ้น หรือถ้ามองมากไปกว่านั้น เราสามารถต่อยอดให้พืชชนิดนี้ เป็นสินค้าส่งออกของประเทศได้ แต่ก่อนที่จะผลิตแบบครบวงจร สิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสนใจมากกว่านี้คือ การให้ความรู้ที่ถูกต้องกับการใช้ใบกระท่อมให้กับประชาชนให้แพร่หลาย เพื่อจะไม่ให้มีการบั่นทอนคุณค่าจากการใช้ที่ผิดวิธี ซึ่งอาจทำให้สิ่งที่เริ่มต้นมาไม่เหลือคุณค่าอะไรเลย

 

Credit : Thairat

 

อย.ออกโรงเตือนภัยจากกระท่อมหลังกระแสบูม


 

.

.

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *