ห้างดังกลางกรุงไฟไหม้

ห้างดังกลางกรุงไฟไหม้ ล่าสุดนายกเตรียมออกมาตรการเฝ้าระวังสำหรับหน้าร้อน

จากเหตุการณ์ไฟไหม้ล่าสุด ที่เกิดขึ้นกับโรงภาพยนตร์ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ เอกมัย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ไฟไหม้กลางกรุง ที่สร้างความตื่นตกใจให้กับใครหลายๆคนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

โดยเหตุการณ์ไฟไหม้ล่าสุดที่โหมขึ้น ณ โรงภภาพยนตร์ชื่อดังนั้นกลางกรุงนั้น เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 04.43 น. โดยเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพฯมหานคร ได้รับแจ้งเหตุว่ามีการเกิดเพลิงไหม้โรงหนังภาพยนต์เมเจอร์ เอกมัย ซอยสุขุมวิท 61 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา ซึ่งภายหลังจากได้รับแจ้งเหตุ ทางทีมสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรีบเดินไปยังพื้นที่เพื่อระงับเหตุ ทั้งนี้ทางทีมเจ้าหน้าที่ ได้มีการพยายามระดมกำลังเพื่อฉีดน้ำเข้าควบคุมเพลิงที่ลุกไหม้บริเวณด้านบนชั้น 5 ของตัวอาคาร โดยมีการใช้รถดับเพลิงจำนวนหลายคัน รวมไปถึงรถกระเช้าเพื่อขึ้นฉีดน้ำจากด้านบนลงมายังเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ ก่อนจะทำการจัดชัดทีมกู้ภัยนักผจญเพลิง  เข้าตรวจสอบภายในพื้นที่ตัวอาคารและบริเวณที่เกิดเพลิงไหม้

จากการสอบถามทีมกู้ภัยเบื้องต้นนั้น ทางทีมแจ้งว่า เมื่อได้รับแจ้งและมาถึงยังบริเวณที่เกิดเหตุแล้ว ช่วงแรกพบเพียงแค่กลุ่มควันหนาแน่น ลอยออกมาขากบริเวณชั้น 5 ของตัวอาคารเท่านั้น ก่อนที่จะผ่านไปไม่กี่นาที จึงเกิดเพลิงลุกไหม้ตามมา ทั้งนี้การสังเกตุเหตุการณ์มาโดยตลอดทางทีมชุดดับเพลิง แจ้งว่า เปลวไฟต้นเพลิงนั้น เกิดครั้งแรกที่บริเวณชั้น 4 ของอาคาร ซึ่งเป็นส่วนของโรงภาพยนต์เมเจอร์ ก่อนที่เพลิงจะเริ่มมีการลุกลาม ไปยังชั้น 3 และชั้น 5 เจ้าหน้าที่ชุดป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัยจึงได้ทำการฉีดน้ำจากรถดับเพลิง เพื่อสกัดต้นเพลิง และป้องกันการลุกลาม จนอาจเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งนี้เมื่อสามารถจัดการจนเพลิงไหม้ทั้งหมด สงบลงเรียบร้อยแล้ว จากนี้ จะปล่อยให้เป็นความรับผิดชอบของ เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบภายในพื้นที่ เพื่อทำการสืบหาสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดไฟไหม้กลางกรุง ครั้งนี้ต่อไป ห้างดังกลางกรุงไฟไหม้

ทั้งนี้จากเหตุการณ์ไฟไหม้ล่าสุด รวมถึงข่าวคราวการเกิดเพลิงไหม้อยู่บ่อยครั้ง ในช่วง 1 – 2 เดือนที่ผ่านมา ล่าสุด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ได้มีการมอบหมายหน้าที่การดูแลรับผิดชอบไปยังกระทรวงมหาดไทย ในการสั่งการแต่ละพื้นที่ ในท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ ให้จัดหามาตรการเฝ้าระวังเพลิงไหม้ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่าปกติ ในช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย

โดยเมื่อช่วงวันที่  12 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการออกมาสัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า  สำหรับมาตรการเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้ในช่วงหน้าร้อนนั้น ตามพื้นที่ต่างๆนั้น เกิดขึ้นจากความห่วงใย ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีต่อประชาชน โดยมีการกล่าวถึงความเสียหายเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้ ว่าไม่เพียงแต่จะลุกลามได้ง่าย จนสร้างมลพิษ เป็นกว้างจนกระทบต่อสุขภาพของผู้คนเท่านั้น แต่ควาทเสียหายจากอัคคีภัยนั้น ยังอาจจลุกลามไปทำลายทรัพย์สินของประชาชนจนเกิดความเสียห่าย หรือมากไปกว่านั้น อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อีกด้วย

จากข้อมูลล่าสุดของของกรมควบคุมมลพิษในประเทศไทยนั้น ได้มีการระบุถึงแนวทางการเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้ตามบ่อหรือสถานกำจัดขยะในชุมชนต่างๆ โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลักด้วยกัน ดังนี้

  1. กลุ่มเฝ้าระวังเข้มงวด ได้แก่

– มีขยะกองสะสมมากกว่า 50,000 ตันขึ้นไป โดยยปัจจุบันในประเทศไทยมีอยู่ทั้งหมด จำนวน 20 แห่ง  และมักเกิดปัญหาไฟไหม้อยู่บ่อยครั้งในแต่ละปี

  1. กลุ่มเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ได้แก่

– สถานที่ที่มีขยะกองสะสมไม่น้อยกว่า 10,000-50,000 ตัน โดยในนประเทศไทยมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดจำนวน 48 แห่ง ซึ่งถือเป็นกลุ่มพื้นที่ ที่จำเป็นจะต้องเฝ้าระวัง และคอยตรวจสอบเช่นเดียวกัน

  1. กลุ่มเฝ้าระวังสม่ำเสมอ

– พื้นที่ที่มีขยะกองสะสมตั้งแต่ 5,000-10,000 ตัน ขึ้นไป โดยปัจจุบันในประเทศไทย มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดจำนวน 31 แห่ง ซึ่งกลุ่มนี้จะเป็นจะต้องหมั่นจับตาดู และคอยตรวจตราเป็นประจำ ทุกๆๆ 2-3 วัน

ทั้งนี้สำหรับประชาชน ในพื้นที่ต่างๆ สสามารถร่วมกันช่วยเป็นหูเป็นตา ใยการเฝ้าระวังเหตุเพลิงไหม้ได้ โดยหากพบความผิดปกติหรือเหตุไฟไหม้ ในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บ่อขยะ อาคาร บ้านเรือน หรือป่า ให้รีบทำการแจ้งไปยังองค์การปกครองในท้องถิ่น หรือสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดของตนทันที เพื่อให้เจ้าหน้าทีสามารถเข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที จนสามารถป้องกันความเสียหายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นเป็นวงกว้างได้


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *