สวยมงลง นิต้า มานิต

สวยมงลง “นิต้า มานิต” คว้ามงไปครองกับตำแหน่งนางสาวไทยประจำปี 2565 คนที่ 53

สำหรับเวทีประกวดนางงาม อย่าง “เวทีนางสาวไทย” ถือว่าอยู่ท่ามกลางความสนใจของประชาชนทั่วประเทศมาโดยตลอดในหลายยุคหลายสมัย การขึ้นมาครองมงกุฎนางงามบนเวทีประกวดดังกล่าว จึงกลายเป็นความไฝ่ฝันของบรรดาเหล่าสาวๆ ทั้งหลาย สำหรับการประกวดนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ.2565 ดำเนินมาถึงรอบตัดสินเรียบร้อยแล้ว โดยจัดการแข่งขันรอบตัดสินขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ซึ่งสาวสวยจำนวนไม่น้อยขึ้นมาประชันความงามกันบนเวที และมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคอยให้การตัดสินอย่างยุติธรรม ขณะที่ตำแหน่งนางสาวไทยคนที่ 53 เหมือนจะไม่พลิกโผไปจากการคาดการณ์ของคนส่วนใหญ่ หรือเรียกได้ว่าผลออกมาตามที่คนส่วนใหญ่คาดคิดนั่นเอง สวยมงลง นิต้า มานิต

การประกวดนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ.2565 เพื่อตามหานางสาวไทยคนที่ 53 ดำเนินการจัดแข่งขันมาได้อย่างราบรื่น จนเกิดเสียงชื่นชมอย่างล้นหลามพอสมควรเลยทีเดียว โดยทางด้านของ “มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์” หรือ “นิต้า มานิตา” ลูกครึ่งสาวไทย-อเมริกัน ในวัยเพียง 25 ปี เป็นคนที่คว้ามงกุฎนางงามมาครอบครองได้สำเร็จตามความตั้งใจ พร้อมกับกลายเป็นนางสาวไทยคนที่ 53 ในที่สุด

แน่นอนว่าความสำเร็จของนางสาวไทยคนดังกล่าว ย่อมต้องสร้างเสียงชื่นชมเยอะเป็นธรรมดา บรรดาเหล่าชาวเน็ตเข้ามาแสดงความยินดีบนโลกออนไลน์อย่างอุ่นหนาฝาคั่ง จนชื่อของ “มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์” ถูกหยิบยกไปพูดถึงแทบจะไม่ขาดสาย

ชื่อว่าทุกๆ คน คงจะอยากทราบประวัติความเป็นมาคร่าวๆ ของนางสาวไทยคนที่ 53 กันอย่างใจจดใจจ่อ ทางเราจึงไม่อยากรอช้าอีกต่อไป ดำเนินการสืบค้นประวัติมาฝากกันเรียบร้อยแล้ว พบว่า “มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์” เป็นลูกครึ่งสาวไทย-อเมริกัน พื้นเพเป็นชาวจังหวัดภูเก็ตมาแต่กำเนิด เธอเกิดและเติบโตขึ้นมาจากจังหวัดภูเก็ต แต่เธอตัดสินใจเดินทางเข้ามาศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ที่คณะคอมมูนิเคชัน อาร์ต วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ด้วยผลการเรียนอันน่าประทับใจ เธอจึงได้เกียรตินิยมอันดับ 1 ด้วยเช่นกัน

 

ปัจจุบัน “มานิตา ดวงคำ ฟาร์เมอร์” มีอาชีพเป็นเซลล์เมเนเจอร์ และครูอาสา โดยเธอพยายามสร้างประโยชน์แก่สังคมเสมอ เมื่อโอกาสมาถึงเธอจึงตัดสินใจรับตำแหน่งวิทยากรพิเศษส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ประจำโรงเรียนแห่งหนึ่งภายในจังหวัดนครปฐม ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ขาดแคลนบุคลากร อีกอย่างที่หลายคนไม่ทราบมาก่อนคือเธอเคยมีน้ำหนักตัวเยอะมาก น้ำหนักตัวในตอนนั้นเกือบ 100 กิโลกรัมเลยด้วยซ้ำ แต่ด้วยความที่เธอมุ่งมั่นด้วยใจอันเปี่ยมล้น จึงทำให้น้ำหนักลดลงเรื่อยๆ

จนลดไปกว่า 40 กิโลกรัมด้วยกัน เธอเลยตัดสินใจเข้าร่วมเวทีประกวดนางงามอยู่บ่อยครั้ง ที่สำคัญมีดีกรีเป็นถึงรองอันดับ 1 มิสแกรนด์ภูเก็ต ปี 2017 เลยทีเดียว ก่อนจะมาประสบความสำเร็จบนเวทีนางสาวไทยครั้งล่าสุด


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *