สงครามรัสเซีย ยูเครน กระทบการฟื้นตัวเศรษกิจไทยอย่างแน่นอน

สงครามรัสเซีย  ยูเครน กระทบการฟื้นตัวเศรษกิจไทยอย่างแน่นอน

ยังคงเป็นสถานการณ์ที่ทั่วโลกต่างต้องจับตาดูกันอย่างต่อเนื่อง กับเหตุการณ์เปิดศึกของสองประเทศ รัสเซีย -ยูเครน หลังจากที่ก่อนหน้าที่ท่าทีของทั้งสองประเทศตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดมาแล้วอย่างยาวนานมากกว่า 8 ปี จนเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา ในที่สุด วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย ก็ได้ตัดสินใจประกาศเริ่มดำเนินการทางทหารในการสงครามกับยูเครน สงครามรัสเซีย ยูเครน กระทบการฟื้นตัวเศรษกิจไทยอย่างแน่นอน

โดยหลังจากที่รัสเซียได้ประกาศถึงการตัดสินใจเริ่มต้นสงครามอย่างเป็นทางการเสร็จสิ้น ก็เกิดเหตุระเบิดต่อเนื่องขึ้นในเกือบ 10 เมืองทั่วประเทศยูเครนทันที ซึ่งจากเหตุการณ์ในวันนั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สถานการณ์ของทั้งสองประเทศก็ยังไม่มีทิศทางว่าจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น แม้จะผ่านการเจรจาทางการทูตมาแล้วถึง 4 ครั้ง โดยจากการการทำสงคราของทั้งสองประเทศนั้น ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนใน สองประเทศเท่านั้น แต่ปัจจุบันการทำสงครามครั้งดังกล่าวยังสร้างเอฟเฟคเป็นวงกว้างไปถึงระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ประเทศไทยเอง ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณดังกล่าเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตามจากสถานการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้นขึ้น ทำให้ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาและอีกหลายๆประเทศเริ่มมีการออกนโยบายปิดล้อมและกดดันทางเศรษฐกิจให้กับรัสเซียเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้รัสเซียเองก็ได้มีการตอบโต้ด้วยออกออกนโยบาย งดส่งออกสินค้าในประเทศมากกว่า 200 รายการ ให้กับประเทศต่างๆ เหล่านี้เช่นเดียวกัน

จากสถานการณ์ที่ยังคงยืดเยื้อและไม่มีทีท่าว่าจะจบลงง่ายๆนั้น ล่าสุด นายวิศิษฐ์  ลิ้มลือชา รองประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้ให้สัมภาษณ์ว่าจากเหตุการณ์ สงครามรัสเซีย – ยูเครน กระทบผลการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรงจนมองเห็นรูปธรรมได้แอย่างชัดเจนในทุกวันนี้ โดยจากเหตุการณ์สงครามล่าสุดที่เกิดขึ้นนั้น ทางรองประธานกรรมการหอการค้าไทย ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงผลกระทบที่มีต่อประเทศไทย ในด้านต่างๆ ดังนี้

ทางด้านเศรษฐกิจ

  • เกิดภาวะอัตราเงินเฟ้อ ทำให้เศรษกิจไทยที่กำลังจะเริ่มฟื้นตัวเกิดการชะงัก และไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นทางการบริโภคได้
  • ดัชนีค่าเงินเฟ้อ PCE อาจจะเพิ่มมากขึ้น 5 – 6 เปอร์เซ็น
  • ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงอัตราการค้าปลีกในสินค้าและบริการต่างๆ อาจจลดลงต่ำสุดในรอบทศวรรษ
  • ค่าเฉลี่ย GDP อาจจะลดลงทั่วโลกประมาณ 0.9% ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการส่งออกสินค้าของไทย
  • ค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจ ที่ประเทศไทยมีต่อ รัสเซีย – ยูเครน ทั้งด้านการส่งออก สินค้า และบริการ รวมถึงตลาดแรงงานต่างๆ ตลอดปี 2565 อาจมีมูลค่าสูงถึง 244,750 ล้านบาท

ทางด้านการค้า

  • สัดส่วนของผลกระทบด้านการส่งออกคิดเป็นมูลค่า รัสเซีย ประมาณ 0.4% และยูเครนประมาณ 0.05%
  • ส่งผลกระทบทางด้านการส่งออกของไทยคิดเป็นมูลค่าจากที่ที่ผ่านมา ระหว่างไทย – ยูเครน ประมาณ 800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และ ไทย – รัสเซีย ประมาณ 725 ล้านดอลลาร์ฯ
  • ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นมาก จนเกิดยอดขาดดุลการค้า ระหว่างไทย – รัสเซีย เพิ่มขึ้นจากปี 2564
  • ราคาของต้นทุนพลังงานดีดตัวขึ้นสูง จนส่งผลกระทบต่อ ปัจจัยด้านอื่นๆ มากมาย
  • ราคาต้นทุนต่างที่สูงขึ้น ย่อมส่งผลให้วัตถุดิบต่างๆ สูงเพิ่มมากขึ้น
  • เกิดอุปสรรคทางด้านการส่งออกสินค้าไปรัสเซีย เนื่องจากมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียของยุโรป
  • มาตรการงดส่งออกของรัสเซียเพื่อตอบโต้ ยุโรปของรัสเซีย

ทางด้านการลงทุน

  • ไทยอาจสูญเสียมูลค่าการลงทุนจาก รัสเซีย – ยูเครน ประมาณ 15 – 20 โครงการ โดยคิดเป็นมูลค่า 3,221 ล้านบาท

นอกจากนี้หากสงครามในครั้งนี้ยังคงยืดเยื้อต่อเนื่อง ไทยยังอาจได้รับผลกระทบทางอ้อมในเรื่องของการลงทุนค่าเงินบาท ที่ต่างชาติอาจจะลงทุนในสกุลเงินดอลลาร์กันมากขึ้นจนเป็นเหตุให้ค่าเงินบาทขอไทยอ่อนตัวลงอีก หากเปรียบเทียบกับค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทั้งหมดนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางด้านการเงินของไทยอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามจากการวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ เกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้นนั้น ทั้งหมดคาดว่าถึงแม้ว่าสงครามระหว่าง รัสเซีย – ยูเครน จะสามารถจบลงได้อย่างรวดเร็วหลังจากนี้ แต่ทว่ามาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นนั้น อาจจะยังคงอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง โดยอาจกินเวลาไปจนถึง ปี 2566 เลยก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้เอง ความเสี่ยงต่างๆที่เกิดขึ้นกับระบบเศรษกิจของไทยในด้านต่างๆนั้น ยังคงถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ในระดับสูงเลยทีเดียว ทั้งนี้หากสิ่งต่างๆที่คาดคะเนเอาไว้เกิดขึ้นจริง ผลกระทบทางรายได้ของไทยนั้น อาจจะเกิดสภาวะติดลบอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการส่งออกอุปกรณ์ยานยนต์ต่างๆ  ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนี้ระบบอุตสาหกรรมที่อาจจะเป็นความหวังเดียวของไทยที่เหลืออยู่และพึ่งพาได้ ก็อาจจะมีเพียงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้นเอง


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *