สงครามน้ำมัน ทำราคาน้ำมันต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษ แต่ไม่ดีอย่างที่คิด

สงครามน้ำมัน ทำราคาน้ำมันต่ำสุดในรอบ 3 ทศวรรษ แต่ไม่ดีอย่างที่คิด

หลังจกาที่ประเทศซาอุดิอาราเบียเกิดข้อพิพาทด้านน้ำมันกับประเทศรัสเซีย ส่งผลกระทบให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกร่วงลงอย่างรุนแรงและรวดเร็ว ราคาน้ำมันขายปลีกแต่ละประเทศลดลงอย่างมากภายในเวลาไม่กี่วัน หากมองในแง่ภาคธุรกิจการประกอบการขนส่งหรือธุรกิจภาคการผลิตต่างๆ ราคาน้ำมันที่ลดลงรวดเร็วแบบนี้ย่อมจะส่งผลดีต่อระบบอุปสงค์ความต้องการบริโภคต้องใช้น้ำมันของภาคประชาชนอย่างแน่นอน ซึ่งความเป็นจริงแล้วปรากฏว่าช่วงเวลาที่ราคาน้ำดิบจนถึงราคาขายปลีกน้ำมันให้กับลูกค้ารายย่อยจะลดลงมากอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่อุปสงค์เกิดมีอัตราต่ำมากเพราะเหตุจากโรคระบาดโควิด19 ทำให้การเคลื่อไหวกิจกรรมทางธุรกิจทุกประเภทหยุดชะงักลงอย่างทันทีและกระทันหัน ในขณะที่ผู้ผลิตน้ำมันกลับมาอุปทานเพิ่มขึ้นเพื่อครองส่วนแบ่งทางการตลาดและกดดันการผลิดน้ำมันจากประเทศฝ่ายตรงข้าม

ความไม่สมดุลกันระหว่างอุปสงค์และอุปทาน ทำให้ปัจจุบันประเทศผู้ผลิตน้ำมันเริ่มยอมหันหน้าเข้าเจรจากันเกี่ยวกับการกำหนดอัตราการผลิตน้ำมันในแต่ละวันของกลุ่มประเทศโอเปกไม่ว่าจะเป็นประเทศซาอุดิอาระเบีย อิรัก อิหร่าน คูเวต เวเนซูเอลา ลิเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แอลจีเรีย ไนจีเรีย กาบอง แองโกลา อิเควเทอเรียลกินี และสาธารณรับคองโก และยังมีการจัดประชุมร่วมกันระหว่างประเทศที่มีการผลิตน้ำมันกับประเทศในกลุ่มโอเปก ทั้งนี้เพื่อให้อุปทานสอดคล้องต้องกันกับอุปสงค์ ไม่มีมากไปหรือน้อยไปในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งปรากฏว่าผลการประชุมครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมมากนัก แต่ละประเทศต่างมุ่งหวังสร้างผลประโยชน์เข้าตัวเองมากเกินไป

ทำเกิดสงครามน้ำมันระหว่างประเทศขึ้นมีผลทำให้ราคาน้ำมันที่ผู้บริโภคซื้อในแต่ละวันมีราคาลดลงซึ่งเป็นผลดีกับประชาชนทั่วไป แต่โดยภาพรวมแล้วการที่ราคาน้ำมันมีความไม่เสถียรเพราะทะเลาะกันราคาก็ต่ำลงอย่างฮวบฮาบ หากวันใดประเทศเหล่านี้สามัคคีกันราคาน้ำมันก็จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ลักษณะแบบนี้ย่อมส่งผลต่อธุรกิจทุกภาคส่วนแน่นอน

#ข่าวเศรษฐกิจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *