รองโฆษกไม่ต่อ พรก.ฉุกเฉิน หลัง 30 กย.

รองโฆษกไม่ต่อ พรก.ฉุกเฉิน หลัง 30 กย.

เตรียมพิจารณา กฎหมาย นิรโทษกรรม บุคลากร ทางการแพทย์  เมื่อวันที่ 21 กันยายน ที่ผ่านมา ทางรองโฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้มีการออกมา เปิดเผยอย่างเป็นทางการ ว่าในที่ประชุม คณะรัฐมนตรี ได้มีการเห็นชอบ ร่างพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ. ศ. 2558

โดยที่สำนักงาน คณะกรรมการ กฤษฎีกาได้นำเสนอ มีสาระสำคัญในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อให้เป็นร่างพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติโรคติดต่อ โดยกำหนดให้มีมาตรการที่มีความจำเป็นและมีประสิทธิภาพในด้านการป้องกัน ระงับ ควบคุม หรือขจัดโรคติดต่อที่แพร่ระบาดในกรณีปกติและในกรณีรุนแรงให้บรรเทาหรือยุติลงโดยเร็ว

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการเพิ่มหมวดการจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินสาธารณสุขอีกด้วย ให้แยกการจัดการกรณีการเกิดโรคติดต่อในสถานการณ์ปกติออกจากการเกิดสถานการณ์โรคติดต่อร้ายแรงที่มีลักษณะเป็นโรคอุบัติใหม่หรือโรคอุบัติซ้ำ โดยในคราวต่อไปจะไม่ต้องประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อพรก.ฉุกเฉินอีกต่อไป

 

รองโฆษกไม่ต่อ พรก.ฉุกเฉิน หลัง 30 กย.

 

โดยในพระราชบัญญัติ คุ้มครองบุคลากร ทางการแพทย์ และสาธารณสุข เกี่ยวกับการพิจารณา กฎหมายนิรโทษกรรม บุคลากรทางการแพทย์ ได้มีทั้งการร่างพรบ เพื่อกำหนดให้ทำการยกเว้นความผิดกับเหล่าเจ้าหน้าที่ควบคุมโรคติดต่อรวมไปถึงพนักงานของรัฐหรือบุคคลใด ที่ได้รับการขอร้องให้ช่วยเหลือเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อหรือได้รับมอบหมาย ปฏิบัติหน้าที่ในภาวะสถานการณ์ฉุกเฉินทางด้านสาธารณสุข

เช่นเดียวกับ กรณีสถานการณ์ ฉุกเฉิน สาธารณสุข ซึ่งครอบคลุม ไปถึงพนักงานกู้ภัย ผู้ช่วย และอสม. นับตั้งแต่วันที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินบนทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรนั่นก็คือตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมา โดยร่างกฎหมายดังกล่าวนี้จะยังไม่มีเนื้อหาใด ที่พูดถึง การนิรโทษกรรม เจ้าหน้าที่ ในระดับบริหาร หรือระดับนโยบาย ตามที่ได้มีการตั้งข้อ คำถามอยู่ว่า การนิรโทษกรรมบุคลากรทางการแพทย์ในครั้งนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาที่ผิดพลาดของเหล่าผู้มีอำนาจตัดสินใจหรือไม่

 

 

โดยเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติซึ่งควบตำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ด้วย ได้มีการออกมาเปิดเผยว่าขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาที่จะไม่ต่ออายุการประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินหลังจากวันที่ 30 กันยายนเป็นต้นไป ซึ่งจะมีผลให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งถูกจัดตั้งขึ้นมาตามพรก.ฉุกเฉินต้องสิ้นสภาพไปด้วย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีการออกมาประกาศชี้ชัดว่าจะไม่ต่ออายุพรกฉุกเฉินและทำให้หน่วยงานศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ต้องจบลง แต่ก็ยังไม่ได้เป็นการยืนยันอย่างแน่ชัดว่าสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยนั้นดีขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามเราทุกคนยังคงต้องใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังภายใต้สถานการณ์ที่ไม่ปกติเช่นนี้ต่อไปเพื่อรักษาตนเองให้ปลอดภัยจากการติดเชื้อ

 

 

 

รองโฆษกไม่ต่อ พรก.ฉุกเฉิน หลัง 30 กย.


 

.

.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *