ประเด็นร้อนเรื่องของการใส่ชุดไปรเวทไปเรียน

ประเด็นร้อนเรื่องของการใส่ชุดไปรเวทไปเรียน

วันที่ 1 ธันวาคม 2563 นอกจากจะเป็นวันเปิดเทอมของหลายๆ โรงเรียนทั่วประเทศแล้ว ยังเป็นวันเริ่มต้นที่เหล่านักเรียนลุกขึ้นมาบอกกล่าวและเรียกร้องเรื่องของการแต่งกายไปโรงเรียน โดยหัวใจหลักที่นักเรียนเหล่านั้นตั้งใจจะสื่อ คือเรื่องของการแต่งกายได้โดยไม่มีใครมาบังคับ ไม่จำเป็นต้องใส่ชุดนักเรียน เพราะไม่ว่าจะสวมใส่ชุดใดไปเรียน ก็สามารถเรียนหนังสือได้เหมือนกับที่สวมใส่ชุดเครื่องแบบ

โดยการเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนทั่วประเทศในหลายโรงเรียน เริ่มต้นจากการโพสต์ผ่านสื่อออนไลน์ยอดนิยมอย่าง  Twitter ผ่าน Hashtag #1ธันวาบอกลาชุดนักเรียน และตามด้วยการสวมใส่ชุดไปรเวทในวันเปิดเทอมวันแรก เพื่อเป็นการแสดงจุดยืนความจริงว่าทุกคนสามารถมีสิทธิ์ในการแต่งกายของตัวได้ รวมไปถึงทรงผมและสีผม ที่สามารถทำได้อย่างไม่มีใครมาค่อยตัดสินว่าผิดหรือถูก ไม่เพียงเท่านั้น ในนักเรียนหญิงบางกลุ่มยังมีการใส่ชุดนักเรียนชายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมในการแต่งกายของทุกคน ไม่จำเป็นที่ผู้หญิงจะต้องสวมกระโปรงเท่านั้น

นอกเหนือจากการแต่งกายที่นักเรียนใช้เป็นเครื่องมือในการแสดงจุดยินของพวกเขาแล้ว ยังมีการทำป้ายประกาศหรือป้ายไวนิลแสดงจุดยืนของตัวเอง เพื่อชี้แจงความจริงและข้อเรียกร้องให้ทางโรงเรียนได้ทราบ ในบางแห่งจะติดป้ายไว้ที่หน้าโรงเรียน หรือบางแห่งจะติดไว้ที่สะพานที่ใกล้โรงเรียน เพื่อให้ทุกคนได้เห็นถึงความจริงและจุดยืนของผู้เรียกร้องที่มี

ทางฝั่งของโรงเรียนเอง ในหลาย ๆ โรงเรียน เมื่อพบเห็นนักเรียนใส่ ชุดไปรเวท ไม่แต่งกายด้วยเครื่องแบบที่ถูกต้อง ก็สั่งห้ามให้นักเรียนเข้าในโรงเรียน หรือไม่ให้นักเรียนมีส่วนร่วมกับกิจกรรมของโรงเรียน รวมถึงการออกกฏระเบียบเรื่องการแต่งกายที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันกลุ่มนักเรียนที่ออกมาเรียกร้องในสิทธิเรื่องของการแต่งกาย โดยหลายโรงเรียนให้เหตุผลเรื่องของการแต่งกาย ว่าหากไม่สวมใส่ชุดนักเรียนจะเกิดช่องว่างและความเหลื่อมล้ำของนักเรียนในโรงเรียนได้

และด้วยเหตุนั้นเองจึงทำให้กลุ่มนักเรียนที่ออกมาเรียกร้อง ยิ่งต้องการแสดงจุดยืนและชี้แจงเรื่องการแต่งกายมากขึ้น โดยข้อเรียกร้องเริ่มจากการแต่งกายด้วยชุดไปรเวทมาเรียนได้หรือหากใครสะดวกใส่ชุดนักเรียนก็ได้ ด้วยสาเหตุว่าการแต่งกายไม่ได้มีผลกระทบกับการเรียนการสอน แต่สิ่งที่อาจารย์และผู้บริหารควรปรับปรุงคือระบบการศึกษาและสื่อการสอนของอาจารย์นั่นเอง

อย่างไรข้อตามข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนจะส่งผลดีหรือผลเสียหรือไม่ อาจจะต้องให้มีการประเมินผล การตรวจสอบ การติดตามกันในระยะยาว และข้อเรียกร้องเหล่านั้นจะเป็นจริงได้หรือไม่ คงจะต้องรอประกาศจากทางกระทรวงศึกษาธิการหรือประกาศของแต่ละโครงเรียนออกมาชี้แจงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันและลดปัญหาการกระทบกระทั่งกันให้น้อยลง

 

 

#ข่าวทั่วไป

# เเนะนำที่พัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *