กระแสตีกลับพลังประชารัฐ หลังบิ๊กตู่ และรมว. แรงงาน

กระแสตีกลับพลังประชารัฐ หลังบิ๊กตู่ และรมว. แรงงาน

กระแสตีกลับพลังประชารัฐ หลังบิ๊กตู่ และรมว. แรงงาน กลายเป็นกระแสตีกลับในทันที นายกรัฐมนตรีประยุทธ์จันทร์โอชา และรัฐบาลจากพรรคพลังประชารัฐ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายใหม่เรื่องค่าแรงขั้นต่ำของทางฝั่งพรรคเพื่อไทย หลังก่อนหน้านี้ ตนเองก็ได้เคยประกาศเรื่องค่าแรงขั้นต่ำวันละ 400 บาทและเงินเดือนแลกข้าวของนักศึกษาจบใหม่ระดับปริญญาตรี 20,000 บาท แต่ก็ไม่สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

หลังจากที่ ทั้งทางด้านของ ‘บิ๊กตู่’ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาทำการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนโยบายใหม่เกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนแรกเข้าของนักศึกษาจบใหม่จากทางพรรคเพื่อไทย ที่ล่าสุดได้มีนโยบายออกมาว่าจะผลักดันค่าแรงขั้นต่ำให้กลายเป็น 600 บาทต่อวันและเงินเดือนและเข้าของนักศึกษาระดับปริญญาตรีจบใหม่ควรจะอยู่ที่ 25,000 บาทต่อเดือน นั้น

โดยในใจความตอนหนึ่ง จากการให้สัมภาษณ์ครั้งล่าสุดนั้น บิ๊กตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวถึงประเด็นดังกล่าว เอาไว้ว่า นโยบายดังกล่าวนั้นจะต้องทำโดยขึ้นอยู่กับพื้นฐานของความเป็นจริงว่าจะสามารถทำได้อย่างที่พูดหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาในหลายๆประเด็นนั้นตนเองและรัฐบาลก็ได้เปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบมาโดยตลอด ดังนั้นการจะทำสิ่งต่างๆ มันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย อย่างเช่นในวันนี้ ทางรัฐบาลก็ได้มีการปรับเปลี่ยนและจัดทำโครงสร้างต่างๆมากมาย เพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการทำสิ่งต่างๆ ก็จะต้องพิจารณาด้วยว่า สิ่งที่ทำนั้นจะส่งผลกระทบต่ออะไรรอบข้างบ้างหรือเปล่า

นอกจากนี้ พลเอกประยุทธ์ ยังได้กล่าวเพิ่มเติมแก่ผู้สื่อข่าวอีกว่า

“ต้องถามว่าเอาเงินมาจากที่ไหนล่ะ ถ้ามีเงินก็โอเคเท่าไหร่ก็ได้ วันนี้เราอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาทุกอย่างเพื่อเพิ่มจีดีพีให้กับประเทศ อย่าลืมว่าเราต้องมีค่าใช้จ่ายประจำ ค่าใช้จ่ายที่ต้องดูแล กลุ่มเปราะบาง คนพิการ ซึ่งมากพอสมควร ดังนั้นถ้าจะทำตรงนี้ให้มากขึ้น ก็ต้องทยอยดำเนินการไปพร้อมๆกับการหารายได้”

รมว. แรงงาน เผย เพื่อไทยหาเสียงแบบไม่คิด ผลักภาระให้ภาคเอกชน

ส่วนทางด้านของนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เอง ก็ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านบัญชี Facebook ส่วนตัวของตนเองโดยกล่าวว่า ทางพรรค “เพื่อไทย” นั้น ควรจะพิจารณาถึงนโยบายการหาเสียงของตนเองเสียใหม่ ด้วยตนเองไม่ว่าหากจะหาเสียงอะไรก็ตาม เพียงแต่ควรจะต้องคำนึงถึงความเสียหายหรือหายนะที่อาจเกิดขึ้นกับทางระบบเศรษฐกิจของประเทศบ้าง อีกทั้งยังไม่ควรกำหนดนโยบายหาเสียงต่างๆขึ้นมาเพียงแค่นึกสนุกอยากจะพูดเท่านั้น เพราะสิ่งต่างๆเหล่านี้เปรียบได้กับระเบิดเวลาที่ถูกโยนใส่ให้กับผู้ประกอบการและเจ้าของกิจการต่างๆ อันจะเป็นการเพิ่มภาระที่หนักอึ้งให้กับภาครัฐและเอกชน แต่ตนเองเป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากคะแนนเสียงในนโยบายดังกล่าวไปแบบไม่มีผลกระทบใดๆ  ทั้งนี้จากโพสต์บน Facebook ของนายสุชาตินั้น มีใจความตอนหนึ่งที่ ได้ระบุเอาไว้ว่า

“นอกจากนี้จะกระทบต่อนักลงทุนต่างประเทศ เพราะจะไม่กล้าเข้ามาลงทุน การออกมาพูดแบบนี้ส่งผลเสียหายต่อเศรษฐกิจทั้งระบบ หากจะหาเสียงอะไรก็แล้วแต่ ควรคำนึงถึงหายนะทางเศรษฐกิจด้วย”

เกิดเป็นกระแสตีกลับรัฐบาล เพราะก่อนหน้านี้พลังประชารัฐก็เคยใช้นโยบายเรื่องค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนหาเสียงเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทั้งบิ๊กตู่และนายสุชาติได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายหาเสียงของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้ ก็ได้เกิดเป็นกระแสตีกลับจากประชาชนในหลายๆภาคส่วน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ทางพรรคพลังประชารัฐเองก็ได้เคยประกาศนโยบายหาเสียงเอาไว้ เกี่ยวกับนโยบายค่าแรงขั้นต่ำ 400-425 บาท และการปรับเงินเดือนของนักศึกษาระดับปริญญาตรีในระดับแรกเข้าให้กลายเป็น 20,000 บาท เช่นเดียวกัน

ซึ่ง ตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งกระทั่งมาจนถึงในปัจจุบันนี้ ระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลพลังประชารัฐก็ผ่านมามากกว่า 3 ปีแล้ว แต่ทว่าดูเหมือนนโยบายหาเสียงดังกล่าวที่บิ๊กตู่และพรรคพลังประชารัฐได้เคยประกาศเอาไว้นั้น จะยังไม่สามารถทำได้จริง สักที


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *